ค้นหา
  • Readclassic

One-man band กับความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีที่ไม่ธรรมดา




เรียกว่าเป็นความสามารถที่ไม่ธรรมดาของนักดนตรีที่ถูกเรียกว่า One-man band โดยมีคำจำกัดความที่ว่า "คนที่สามารถเล่นเครื่องดนตรีหลาย ๆ ชิ้นไปพร้อมกัน" ซึ่งในฐานะที่เป็นคนเล่นดนตรีเหมือนกัน พูดได้เต็มปากว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายแม้แต่น้อย หากไม่เคยฝึกซ้อมในลักษณะแบบนี้มาก่อน


การเล่นเครื่องดนตรีหลาย ๆ ชิ้นไปในเวลาเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนี้เป็นตัวที่ดึงดูดให้คนทั่วไปจะสนใจตัวของ One-man band เวลาทำการแสดงอยู่เสมอ


ทั้งนี้หลักฐานที่เก่าแก่ของ One-man band จากการค้นพบในปัจจุบันพบว่าเป็นภาพวาดในศตวรรษที่ 13 โดยเป็นรูปวาดคนกำลังเล่นเครื่องดนตรี Pipe และ Tabor นั้นเอง


ภาพวาดในศตวรรษที่ 13
ภาพวาดในศตวรรษที่ 13

ไม่มีความชัดเจนถึงเครื่องดนตรีในภาพสักเท่าไหร่ แต่สามารถบอกได้คร่าว ๆ ว่า Pipe เป็นเครื่องเป่า และ Tabor คือกลองนั้นเอง โดยปัจจุบันการยังสามารถพบเจอได้ตามพื้นที่ชนบทของทางฝรั่งเศส และสเปน


รูปแบบการเล่น Pipe และ Tabor


ความซับซ้อนในการเล่นของ Pipe และ Tabor อาจบอกได้ว่ามันไม่ซับซ้อนเท่ากับ One-man band ในปัจจุบันก็ว่าได้ ซึ่งทุกอย่างสามารถเข้าใจได้ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนความซับซ้อนของเพลงที่เพิ่มขึ้นจากในช่วงศตวรรษที่ 13 นอกจากนี้ความนิยมในปัจจุบันของ One-man band อยู่ในรูปแบบเพลงป๊อปกระแสนิยมเป็นหลัก


photo by Knox of Athol, Massachusetts in 1865
photo by Knox of Athol, Massachusetts in 1865

เมื่อพูดถึง One-man band เชื่อได้ว่าภาพแรก ๆ ในหัวขึ้นมาคงจะหนีไม่พ้น กีตาร์ (Guitar) กับ ฮาร์โมนิก้า (Harmonica) เนื่องจากกลุ่ม One-man band นิยมใช้เครื่องทั้งสองชิ้นนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งจริง ๆ น่าจะบอกได้ว่า เครื่องดนตรีทั้งสองชิ้นเข้าถึงได้ง่ายกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องราคาของเครื่องดนตรีนั้น เรียกได้ว่ามีเงินสัก 3,000 บาท ก็สามารถซื้อกีตาร์และฮาร์โมนิก้ามาเล่นได้อย่างสบาย ๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการเล่นแบบ One-man band ก็ว่าได้


กีตาร์ และ ฮาร์โมนิก้า
กีตาร์ และ ฮาร์โมนิก้า

ความคิดเห็นเพิ่มเติมของผู้เขียนถึงข้อเสียหลัก ๆ ในการเลือกเล่นแบบ One-man band คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง การควบคุมน้ำหนักการเล่น (Dynamic) ได้ยาก หากไปลองนั่งไล่ดูคลิปวิดีโอของ One-man band ต่าง ๆ จะพบว่าเพลงส่วนใหญ่ที่เลือกมาเล่นนั้น เป็นเพลงง่าย ๆ ตามสมัยนิยม


ลำพังแค่เล่นหลาย ๆ เครื่องในเวลาเดียวกันก็จะตายอยู่แล้ว จะให้มาควบคุมคุณภาพของเสียงที่เล่นออกมา มันก็ยากเพิ่มเติมจากปกติไปอีกระดับก็ว่าได้