ค้นหา
  • Readclassic

Morton Subotnick นักประพันธ์เพลงชาวอเมริกัน กับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์


Screen shot from Subotnick trailer
Screen shot from Subotnick trailer

Morton Subotnick คือนักประพันธ์เพลงชาวอเมริกัน โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันในศาสตร์ของโลกดนตรีไฟฟ้า เขาเกิดวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1933 ที่ลอสแองเจลิส, แคลิฟอร์เนีย (Los Angeles, California) และจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเดนเวอร์ (University of Denver) หลังจากนั้นเขาได้ทำงานสอนที่ Mills College ในช่วงปี ค.ศ. 1960 รวมถึงยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง San Francisco Tape Music Center ร่วมกับ Ramon Sender


Ramon Sender, Michael Callahan, Pauline Oliveros, and Morton Subotnick at the SFTMC. (Photo by Art Frisch)
Ramon Sender, Michael Callahan, Pauline Oliveros, and Morton Subotnick at the SFTMC. Photo by Art Frisch

ผลงานส่วนใหญ่ของ Subotnick จะเกี่ยวข้องกับ Interactive Electronics และ Multi-Media และมักทำงานร่วมกับ Joan La Barbara (ภรรยาของเขา) ซึ่งเธอเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการพัฒนาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และงานสื่อผสมต่าง ๆ รวมถึงงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ ผลงานของ Subotnick เป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสำคัญที่เกิดขึ้นและพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ในประวัติศาสตร์ดนตรีและโลกจนเกิดชิ้นงานที่น่าสนใจและสวยงามมากมาย



เมื่อโลกมีเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นจึงเกิดเครื่องดนตรีชนิดใหม่ที่เรียกว่า "ซินธิไซเซอร์ (Synthesizer)"

ในช่วงเวลาประมาณปี ค.ศ. 1963-1964 ที่ Subotnick ทำงานด้านการประพันธ์ดนตรีหรือหมกมุ่นกับงานสอน เขายังได้ทำสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงวงการเสียงสังเคราะห์อีกหนึ่งอย่างนั้นคือ การร่วมงานกับ Donald Buchla ในการคิดและพัฒนาในสิ่งที่ซึ่ง Subotnick จินตนาการถึงเสียงที่เขาต้องการในผลงานประพันธ์ของเขา และเสียงใดคือสิ่งที่แตกต่างจากในสิ่งยุคนั้นที่เขาค้นหาได้ จนกระทั่งต่อมาหลายคนอาจเรียกมันว่าเป็นหนึ่งใน Analog Synthesizer ตัวแรก ๆ (*ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับ Moog Modular) ในนาม "Buchla 100 series Modular Electronic Music System" ณ ช่วงเวลานั้นถูกติดตั้งไว้ที่ San Francisco Tape Music Center ในช่วงปี ค.ศ. 1965 และย้ายไปที่ Mills College ในปี ค.ศ. 1966 ตามลำดับ และ Buchla 100 series นี้จะเป็นหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญในชีวิตของเขาในช่วงเวลาต่อมา


(*ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น Robert Moog ได้ออกแบบตามคำขอของนักแต่งเพลงนาม Herb Deutsch จนเกิดเป็น Moog Modular และโด่งดังจนมีได้รับความนิยมไม่แพ้กันจนถึงปัจจุบันยังมีโมเดลใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง)



Live Performance โดยใช้ Buchla 100 series จากช่อง Modular Synthesizer Ensemble บรรเลงโดยคุณ Gammon


ผลงานที่โดดเด่นและทำให้เขามีชื่อเสียงมากที่สุดคือ "Silver Apples of the Moon" ในปี ค.ศ. 1967 ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับคำยกย่องจากนักวิจารณ์และศิลปินมากมายในหลากหลายสาขา นับเป็นก้าวสำคัญของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเขาใช้ Buchla Modular Synthesizer เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการสร้างบทประพันธ์ทั้งหมดในอัลบั้มนี้ เขาได้รับการมอบหมาย (Commission) จาก Nonesuch Records โดยคาดว่าเป็นผลงานอัลบั้มแรกของดนตรีคลาสสิกและอิเล็กทรอนิกส์ที่ประพันธ์ขึ้นเป็นรูปแบบอัลบั้มโดยเฉพาะ และผลงานชิ้นนี้นับเป็นยังคง ลายเซ็น (Signature) ของเขาจวบจนปัจจุบัน นอกจากนั้นยังได้รับการขึ้นทะเบียนใน National Recording Registry ที่ Library of Congress (หอสมุดแห่งชาติ) ถือเป็นผลงานที่สำคัญชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีอย่างมากเพราะตลอดการบันทึกทั้งหมดนี้จะมีแค่เพียง 300 ชิ้นงานเท่านั้นที่จะได้รับเลือก


Silver Apples of the Moon - Pt. A


Silver Apples of the Moon - Pt. B


ในปี ค.ศ. 1969 เขาได้ตอบรับคำเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมศิลปินเพื่อไปวางแผนสร้างโรงเรียนดนตรีแห่งใหม่ที่ Los Angeles โดยเขาดำรงตำแหน่งรองคณบดี (Associate Dean) ของสถาบันดนตรี California Institute of the Arts และหลังจากนั้น 4 ปีเขาจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองคณบดี และมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขาการประพันธ์เพลง (Head of the composition program)


ต่อมา Subotnick ได้รับ Commission อีกครั้งจาก บริษัทแผ่นเสียงอีกแห่งนาม Odyssey ในปี ค.ศ. 1969 ครั้งนี้เขาได้ประพันธ์ผลงานสำหรับ เดี่ยวอิเล็กทรอนิกส์ (Solo Synthesizer) ชื่อผลงาน "Until Spring" โดยผลงานชิ้นนี้เขาได้เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ (Real Time) บนซินธิไซเซอร์ทำให้ผลงานนี้มีความแตกต่างจาก Silver Apples of the Moon แต่ยังคงลวดลายความเป็นตนเองไว้อย่างมาก


Until Spring, Pt. 1


Until Spring, Pt. 2



Subotnick ยังมีผลงานอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ Liquid Strata, Parallel Lines, The Wild Beasts และ Axolotl เป็นต้น นอกจากนี้เขายังมีผลงานสำหรับวง Symphony orchestra, Chamber ensembles, Theater และ Multimedia Production อีกด้วย การผสมผสานความละเอียด ความซับซ้อน การความคุมการประมวลผลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ (Real-time electronic processing) แสดงให้เห็นในงานประพันธ์เขาว่ามีศักยภาพและการผสมผสานวัฒนกรรมทางเทคโนโลยีในโลกช่วงยุคสมัยนั้นได้ดีเยี่ยม รวมไปถึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้กับเครื่องดนตรีอคูสติกได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้เขามีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะนักประพันธ์เพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลก





ปัจจุบัน Subotnick มีอายุ 89 ปี เขายังคงทำงานเกี่ยวกับดนตรีและการสอนอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังคงมีผลงานใหม่ให้ติดตามอยู่อย่างสม่ำเสมอแม้อายุจะมากขึ้นตามกาลเวลาก็ตาม นับเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านดนตรีโดยเฉพาะดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องด้วยผลงานที่เขาได้ทำมาตลอดหลายสิบปี และ Subotnick ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด Buchla 100 series ขึ้นซึ่งนับเป็นหนึ่งในนวัฒกรรมทางดนตรีครั้งใหญ่ ปัจจุบันเขายังคงมีไฟความกระหายในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม


Morton Subotnick ในปัจจุบัน (รูปภาพจาก www.mortonsubotnick.com)

Morton Subotnick พูดถึงผลงานของเขา


Morton Subotnick และ Suzanne Ciani

คลิปวีดีโอที่ Suzanne Ciani พูดถึง Morton Subotnick


การแสดงสดของ Morton Subotnick เมื่อปี ค.ศ. 2016 ที่งาน the Loop Summit for Music-Makers





ผลงานที่ Morton Subotnick เคยได้รับ

  • Guggenheim Fellowship

  • Rockefeller Grants (3)

  • Meet the Composer (2)

  • American Academy of Arts and Letters Composer Award

  • Brandies Award

  • Deutcher Akademisher Austauschdienst Kunsterprogramm (DAAD), Composer in Residence in Berlin

  • Lifetime Achievement Award (SEAMUS at Dartmouth)

  • ASCAP: John Cage Award

  • ACO: Lifetime Achievement

  • Honorary Doctorate from the California Institute of the Arts

  • "Silver Apples of the Moon" has been added to the National Registry of Recordings




อ้างอิง : www.mortonsubotnick.com, www.bruceduffie.com/subotnick